ทำความรู้จักกับ Clapper Die Spotting Press 300Ton “OGIHARA” สุดยอดเครื่องจักรทดสอบแม่พิมพ์
ในวงการอุตสาหกรรมการผลิตแม่พิมพ์ (Mold & Die Industry) ความแม่นยำและมาตรฐานถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการทำงาน เพราะแม่พิมพ์เพียงหนึ่งชุดสามารถใช้ผลิตชิ้นงานได้นับแสนหรือนับล้านชิ้น หากแม่พิมพ์มีจุดบกพร่องเพียงเล็กน้อย ย่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพของชิ้นงานทั้งหมด
ด้วยเหตุนี้ เครื่องทดสอบแม่พิมพ์ (Die Spotting Press) จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง และในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงคุณสมบัติ การทำงาน และความเหมาะสมในการประยุกต์ใช้ของเครื่อง Clapper Die Spotting Press 300Ton แบรนด์ “OGIHARA” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องจักรระดับท็อปที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
เครื่องรุ่นนี้มาพร้อมกับสเปกที่ทรงพลัง ได้แก่ Capacity 300Ton, Bolster 2500x2000mm, Daylight 2000mm, Stroke 2000mm และที่ขาดไม่ได้คือฟังก์ชันพิเศษอย่าง Moving bolster & Reverse 180 degree เราจะมาดูกันว่าสเปกเหล่านี้มีความหมายอย่างไร และจะช่วยยกระดับสายการผลิตของคุณได้อย่างไรบ้าง
เจาะลึกสเปกเครื่อง (Specifications)
การเลือกใช้เครื่อง Die Spotting Press จำเป็นต้องพิจารณาจากขนาดและน้ำหนักของแม่พิมพ์เป็นหลัก สำหรับรุ่น OGIHARA ที่เรากำลังพูดถึงนี้ มีสเปกที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานขนาดใหญ่โดยเฉพาะ ดังนี้
1. Capacity : 300 Ton (แรงกด 300 ตัน)
Capacity หรือขีดความสามารถในการกดทับของเครื่องจักรรุ่นนี้อยู่ที่ 300 ตัน ซึ่งหมายถึงตัวเครื่องสามารถสร้างแรงกดไฮดรอลิกได้สูงสุดถึง 300,000 กิโลกรัม แรงกดระดับนี้มีความสำคัญอย่างมากในการ “ทำ Spotting” หรือการประกบแม่พิมพ์ตัวผู้ (Core) และตัวเมีย (Cavity) เข้าด้วยกัน เพื่อตรวจสอบรอยสัมผัส (Contact area) ด้วยการทาสี Red Lead หรือสี Blue Prussian หากแรงกดไม่เพียงพอ แม่พิมพ์ขนาดใหญ่จะไม่สามารถประกบกันได้สนิทตามสภาพการทำงานจริงในเครื่องฉีดหรือเครื่องปั๊ม แรงกด 300 ตันจึงครอบคลุมการทดสอบแม่พิมพ์โลหะและพลาสติกขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์
2. Bolster : 2500 x 2000 mm. (ขนาดโต๊ะวางแม่พิมพ์)
Bolster คือพื้นที่สำหรับวางและยึดแม่พิมพ์ ด้วยขนาดความกว้าง 2.5 เมตร และความลึก 2.0 เมตร ทำให้เครื่องนี้สามารถรองรับแม่พิมพ์ที่มีขนาดใหญ่โตและมีน้ำหนักมากได้อย่างสบาย พื้นที่ระดับนี้เปิดโอกาสให้วิศวกรสามารถนำแม่พิมพ์ของชิ้นส่วนที่มีความยาวหรือความกว้างเป็นพิเศษ เช่น กันชนรถยนต์ แผงประตู หรือโครงตู้เย็น เข้ามาทดสอบภายในเครื่องได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่ทำงานไม่เพียงพอ
3. Daylight : 2000 mm. (ระยะเปิดสูงสุด)
Daylight คือระยะห่างสูงสุดระหว่างโต๊ะวางแม่พิมพ์ด้านล่าง (Lower Bolster) และแท่นเลื่อนด้านบน (Slide/Upper Bolster) เมื่อเปิดเครื่องจนสุด ระยะ 2,000 มิลลิเมตร (2 เมตร) ถือเป็นระยะที่กว้างขวางมาก ข้อดีของ Daylight ที่สูงคือ สามารถรองรับแม่พิมพ์ที่มีความหนามากๆ (Shut height สูง) ได้ และยังให้พื้นที่ว่างที่เพียงพอสำหรับช่างแม่พิมพ์ (Mold Maker) ในการมุดหรือเอื้อมเข้าไปขัดแต่ง ซ่อมแซม หรือปรับแต่งแม่พิมพ์ระหว่างที่เครื่องกำลังเปิดอยู่ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
4. Stroke : 2000 mm. (ระยะการเคลื่อนที่)
Stroke หมายถึงระยะทางที่กระบอกไฮดรอลิกสามารถดันแท่นบนลงมาได้ การที่เครื่องมี Stroke ถึง 2,000 มิลลิเมตร เท่ากับระยะ Daylight พอดี หมายความว่าเครื่องสามารถเคลื่อนที่จากจุดสูงสุดลงมาประกบกับโต๊ะด้านล่างได้แนบสนิท ช่วยให้มีความยืดหยุ่นสูงในการทดสอบแม่พิมพ์ทุกระดับความหนา ตั้งแต่แม่พิมพ์บางๆ ไปจนถึงแม่พิมพ์ที่หนาเกือบ 2 เมตร
ฟีเจอร์เด่น: Moving Bolster และ Reverse 180 Degree
คำว่า “Clapper” ในชื่อเครื่องนั้น มีที่มาจากลักษณะการเปิด-ปิดที่คล้ายกับฝาหอย (Clamshell) หรือการพับเปิดขึ้น ซึ่งเป็นระบบที่ล้ำสมัยและช่วยแก้ปัญหา Pain Point ของช่างทำแม่พิมพ์ในอดีตได้อย่างหมดจด
Moving Bolster (โต๊ะวางแม่พิมพ์แบบเลื่อนได้)
ในอดีต การนำแม่พิมพ์ขนาดใหญ่เข้าไปในเครื่อง Press ต้องใช้เครนยกแล้วค่อยๆ หย่อนลงไป ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะชนกับเสาเครื่อง แต่ระบบ Moving Bolster โต๊ะด้านล่างจะสามารถเลื่อนออกมาด้านนอกตัวเครื่อง (Outbound) ได้เต็มระยะ ทำให้สามารถใช้เครนเหนือศีรษะ (Overhead Crane) ยกแม่พิมพ์วางลงบนโต๊ะได้อย่างง่ายดาย ปลอดภัย และรวดเร็ว จากนั้นจึงกดปุ่มเลื่อนโต๊ะกลับเข้าไปในเครื่องเพื่อทำการทดสอบ
Reverse 180 Degree (ระบบแท่นบนพลิกกลับ 180 องศา)
นี่คือฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์ แท่นยึดแม่พิมพ์ด้านบน (Upper Bolster) สามารถพลิกหงายกลับขึ้นมาได้ถึง 180 องศา! นั่นหมายความว่า เมื่อเครื่องเปิดออกและพลิกแท่นบน ช่างทำแม่พิมพ์จะสามารถมองเห็นหน้าสัมผัสของแม่พิมพ์ตัวบนได้อย่างชัดเจนในแนวราบ ไม่ต้องแหงนหน้ามอง ไม่ต้องมุดเข้าไปใต้แม่พิมพ์ที่แขวนอยู่ (ซึ่งอันตรายมาก) การขัดแต่งรอย (Grinding & Polishing) สามารถทำได้ในท่าทางที่ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomics) ลดความเหนื่อยล้า ลดอุบัติเหตุ และเพิ่มความแม่นยำในการปรับแต่งระดับไมครอน
เครื่องนี้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมใดบ้าง?
ด้วยสเปกที่ใหญ่ระดับ 300 ตัน และฟังก์ชันที่เน้นความปลอดภัยบวกกับความสะดวกในการทำงาน Clapper Die Spotting Press “OGIHARA” จึงเหมาะกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องการความแม่นยำสูง ดังนี้:
1. อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ (Automotive Industry)
รถยนต์หนึ่งคันประกอบด้วยชิ้นส่วนที่เกิดจากการปั๊มขึ้นรูปโลหะ (Stamping) และการฉีดพลาสติก (Injection) จำนวนมาก แม่พิมพ์สำหรับชิ้นส่วนอย่าง ฝากระโปรงหน้า, ประตูรถยนต์, หลังคา, กันชนหน้า-หลัง หรือ แผงคอนโซล ล้วนแต่เป็นแม่พิมพ์ขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักหลายสิบตัน อุตสาหกรรมยานยนต์ต้องการความแนบสนิทของแม่พิมพ์ที่สมบูรณ์แบบเพื่อไม่ให้เกิดรอยแตกร้าว รอยย่น (Wrinkle) หรือครีบ (Flash) บนชิ้นงาน เครื่อง 300 ตันตัวนี้จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในโรงงานผลิตแม่พิมพ์รถยนต์
2. อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ (Home Appliances)
เช่นเดียวกับยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง โครงตู้เย็นขนาดใหญ่, ถังซักผ้า, กรอบทีวีจอแบนขนาด 60-80 นิ้ว หรือโครงสร้างแอร์คอนดิชันเนอร์ ต้องใช้แม่พิมพ์ฉีดพลาสติกขนาดมโหฬาร การทำ Spotting เพื่อเช็ครอยรั่วและรอยประกบ (Parting line) ต้องใช้เครื่องที่มี Bolster กว้างและยาว ซึ่งเครื่องรุ่นนี้ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด
3. อุตสาหกรรมอวกาศและอากาศยาน (Aerospace Industry)
ชิ้นส่วนของเครื่องบินต้องการความแม่นยำขั้นสุดยอด แม่พิมพ์สำหรับการขึ้นรูปโลหะผสม (Alloy) หรือวัสดุคอมโพสิตขนาดใหญ่ จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบแบบ 100% เครื่อง Die Spotting Press ที่สามารถควบคุมแรงกดและระยะการหยุด (Positioning) ได้อย่างละเอียดแม่นยำ จะช่วยรับประกันว่าแม่พิมพ์พร้อมสำหรับการผลิตชิ้นส่วนที่ต้องทนทานต่อสภาวะสุดขั้ว
4. ผู้ผลิตแม่พิมพ์ฉีดอลูมิเนียม (Die Casting Mold Makers)
แม่พิมพ์ Die Casting มักจะทำจากเหล็กกล้าเกรดพิเศษที่หนาและหนักมาก และต้องทนต่อแรงดันฉีดสูง การเช็คหน้าสัมผัสของ Core และ Cavity เพื่อป้องกันไม่ให้อลูมิเนียมเหลวไหลทะลักออกมาตามรอยต่อ (Flash) จำเป็นต้องใช้แรงกดมหาศาลจำลองสถานการณ์จริง เครื่อง 300 ตันจึงรองรับงาน Die Casting ขนาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี
ทำไมโรงงานควรลงทุนกับ OGIHARA Die Spotting Press 300Ton?
การลงทุนในเครื่องจักรขนาดใหญ่ย่อมใช้งบประมาณสูง แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับมาในระยะยาวนั้นคุ้มค่าอย่างแน่นอนด้วยเหตุผลต่อไปนี้
ประหยัดเวลาอย่างมหาศาล (Drastic Time Reduction) ก่อนที่จะมีเครื่องนี้ ช่างต้องใช้เครนยกแม่พิมพ์ขึ้นๆ ลงๆ และใช้แม่แรงหรือคนในการประกบแม่พิมพ์ ซึ่งกินเวลาหลายชั่วโมงต่อรอบ เครื่องนี้ทำให้การเช็คสีแม่พิมพ์ (Blueing test) ทำได้รวดเร็วเพียงไม่กี่นาที
ความปลอดภัยสูงสุด (Maximum Safety) การลดการใช้ปั้นจั่นและเครนยกแม่พิมพ์ไปมา ช่วยลดความเสี่ยงที่แม่พิมพ์จะตกหล่นทับพนักงาน ระบบ Safety Lock ทางกลศาสตร์และไฮดรอลิกที่มีในเครื่อง OGIHARA ทำให้มั่นใจได้ว่าแท่นกดจะไม่ตกลงมาในขณะที่พนักงานกำลังปฏิบัติงาน
รักษาอายุการใช้งานของแม่พิมพ์ (Mold Longevity) การประกบแม่พิมพ์ด้วยเครื่องฉีดหรือเครื่องปั๊มโดยตรงเพื่อทดสอบ หากศูนย์ไม่ตรงอาจทำให้แม่พิมพ์แตกหักเสียหายหลักล้านบาทได้ การใช้ Die Spotting Press ซึ่งค่อยๆ ประกบด้วยความเร็วต่ำ ควบคุมได้ละเอียด จะป้องกันความเสียหายของหน้าแม่พิมพ์ได้อย่างเด็ดขาด
คำแนะนำในการบำรุงรักษา (Maintenance Tips)
เพื่อให้เครื่อง Clapper Die Spotting Press 300Ton ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ควรปฏิบัติดังนี้
ตรวจสอบระบบไฮดรอลิก หมั่นเช็คระดับน้ำมันไฮดรอลิกและเปลี่ยนถ่ายตามระยะเวลาที่กำหนด ตรวจสอบรอยรั่วซึมตามข้อต่อและซีลกระบอกสูบ
ความสะอาดของรางเลื่อน (Guide Rails) ควรทำความสะอาดและหล่อลื่นรางเลื่อนของ Moving Bolster เสมอ เศษผงเหล็กจากการเจียรแม่พิมพ์อาจตกลงไปขัดทำให้รางสึกหรอได้
การสอบเทียบ (Calibration) แนะนำให้มีการตรวจวัดและสอบเทียบความขนาน (Parallelism) ของ Upper และ Lower Bolster เป็นประจำทุกปี เพื่อให้การทดสอบหน้าสัมผัสแม่พิมพ์มีความแม่นยำ 100% อยู่เสมอ
เครื่อง Clapper Die Spotting Press 300Ton ยี่ห้อ OGIHARA ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องอัดไฮดรอลิกธรรมดา แต่เป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองการสร้างแม่พิมพ์ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ ด้วยความสามารถในการรองรับขนาดแม่พิมพ์ถึง 2.5 x 2.0 เมตร ระยะเปิด 2 เมตร และฟังก์ชันสุดล้ำอย่าง แท่นเลื่อน (Moving Bolster) พร้อมระบบพลิกแท่นบน 180 องศา (Reverse 180 degree) ทำให้เครื่องนี้กลายเป็นหัวใจสำคัญของโรงงานผลิตแม่พิมพ์ระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือการบิน เครื่องจักรตัวนี้คือตัวแทนของ “ความปลอดภัย ความรวดเร็ว และความแม่นยำ” ที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตของคุณให้ก้าวไปสู่ระดับสากลได้อย่างแท้จริง
หากท่านมีความสนใจต้องการสอบถามข้อมูลเชิงลึก ขอใบเสนอราคา (Quotation) หรือต้องการปรึกษาวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกสเปคให้ เหมาะสมกับการใช้งาน สามารถติดต่อเราและ Clilck ได้ที่ Alot Machinery Group Co.,Ltd.